วันศุกร์, กันยายน 09, 2554

วิธีการสอนในเทอมนี้ ดูเหมือนจะได้ผลดี

จากที่เคยบ่น ๆ ไว้เรื่องคำพูดของ George Bernard Shaw เมื่อสักพักใหญ่ ๆ มาแล้ว ก็อย่างที่บอก ไม่ใช่ทุกคนที่สอนได้ อันนี้ไม่ใช่หยิ่ง จองหองนะ มันเหมือน ๆ กับว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะทำอาหารอร่อยนั่นแหละ ดังนั้นคนที่ทำอาหารอร่อยควรจะภูมิใจฉันใด คนที่สอนได้และโดยเฉพาะที่สอนได้ดี ก็ควรจะภูมิใจด้วยเช่นกันฉันนั้น

ในภาคเรียนนี้ (๑/๒๕๕๔) ผมได้ประมวลความบกพร่องในการสอนจากภาคเรียนก่อน ๆ เข้าด้วยกันพบว่า ความบกพร่องของผมก็คือ
  • ให้เวลาน้อยเกินไปกับคนที่ตั้งใจเรียน อยากเรียน อยากรู้
  • ให้เวลามากเกินไปกับคนที่ไม่ตั้งใจเรียน ไม่ได้อยากเรียน ไม่ได้อยากรู้
  • เอาเรื่องพื้นฐานที่ควรให้นักเรียนขบคิดเอง ไปสอนอย่างละเอียดในห้องเรียน ส่งผลให้คนที่เรียนได้เร็วจะเบื่อ ในขณะที่คนที่เรียนได้ช้าก็จะงง
ภาคเรียนนี้เลยคิดอีกวิธีหนึ่งออกมา ก็คือ ในส่วนคะแนนเก็บ ผมไม่เช็คชื่อแล้ว แต่ผมจะกำหนดชั่วโมงเข้าพบไว้ ทำเป็นตารางแน่นอนไว้สัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง ในภาคเรียนนี้นักศึกษาจะต้องมาพบผมเพื่อถามคำถาม ๘ ครั้งตาม ๘ หัวข้อในบทเรียนภายในเวลาที่กำหนด

นั่นหมายความว่า หากไปถามข้างทาง จะไม่ได้รับการเช็คชื่อ ถามนอกเวลาที่กำหนดให้ถามจะไม่ได้รับการเช็คชื่อ ถามเกินได้ แต่ไม่เช็คชื่อเกินให้ เช็คชื่อให้แค่ บทละ ๑ ครั้งเท่านั้น และผมให้สามารถเข้ามาตั้งคำถามได้พร้อม ๆ กันครั้งละ ๔ - ๕ คน คำถามเดียวก็ได้จะเช็คชื่อให้ทุกคน

ผลตอบรับที่ได้นับว่าดี กล่าวคือ
  • คนที่ต้องการถาม มีเวลาแน่นอนที่จะเข้ามาถามผม ไม่ต้องรอดูว่าผมอยู่ที่ห้องทำงานหรือเปล่า
  • คนที่ไม่เคยถามเลย มีจำนวนหนึ่งที่ครั้งแรก ๆ มาถามตามเพื่อนเฉย ๆ (คือไม่ได้ตั้งคำถามเอง) พออยู่ในบรรยากาศการซักถามของเพื่อน ๆ สักพักจะเริ่มสนุกกับการถาม และครั้งต่อ ๆ มาก็สามารถตั้งคำถามเองได้ และได้เรียนรู้คุณค่าของการถาม
  • เนื้อหาที่สอนในห้องเรียน แม้จะเพียงพอกับการสอบ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่อยากถ่ายทอด มีนักศึกษาที่เรียนรู้ได้เร็วจำนวนหนึ่งมาเรียนรู้เพิ่มเติมในชั่วโมงที่เปิดให้ถาม
  • สุดท้ายตัวผมเองก็ได้เรียนรู้จากคำถามของนักเรียนเช่นกัน ทั้งในแง่ของตัววิชาเอง และในแง่ของการสอนว่าในชั่วโมงที่ผ่านมานั้นการสอนพลาดประเด็นสำคัญอะไรไปหรือไม่ มันจะสะท้อนออกมาในคำถามของนักศึกษานั่นเอง
จุดอ่อนของภาคเรียนนี้ก็คือการสั่งงานเขียนโปรแกรมที่ที่สุดแล้วก็ตรวจและให้ Feedback กับนักเรียนไม่ทันการณ์ ซึ่งต้องหาทางปรับปรุงต่อไปในอนาคต ใจอยากให้ทำเป็นโครงงานเล็ก ๆ มากกว่าให้โจทย์ แต่ไม่มั่นใจว่าจะดูแลนักศึกษาได้ทั่วถึง และเนื้อหาของโครงงานก็อาจไม่ครอบคลุม หากนักศึกษาได้มาอ่านและมีข้อเสนอแนะใด ๆ ก็ขอให้ทิ้งข้อความไว้ก็แล้วกันครับ ยังไง ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์กับรุ่นน้องต่อไป

2 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

สวัสดีครับอาจารย์ กระผมนายมารุต แซ่ตั้ง เป็นศิษย์เก่าภาคไฟจบปี 2550 ได่อ่านบทความที่อาจารย์ได้เขียนนั้นรู้สึกประทับใจในตัวอาจารย์มากครับที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการสอนเพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้ได้มากที่สุด สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นในบทความนี้คือคำว่า"อัตตา"ที่ไม่มีอยู่ในตัวของอาจารย์เลย อาจารย์พร้อมที่จะปรับเปลี่ยนเพื่อให้นักศึกษาจะได้มีความรู้ความเข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สอนผมคิดว่าอาจารย์ในมหาลัยน้อยคนครับที่จะเป็นเหมือนแบบอาจารย์ สุดท้ายนี้ผมขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ในการทำงานต่อไปนะครับ
ด้วยความเคารพ
นายมารุต แซ่ตั้ง

ktphong กล่าวว่า...

ขอบคุณครับ
จะพยายามพัฒนาต่อไป

สิ่งหนึ่งที่ผมพบปัญหามากก็คือการยกตัวอย่างในงานจริง ผมเองทำงานทางอคูสติก จะยกตัวอย่างก็ไม่หนีจากเรื่องนี้ แต่นักเรียนอาจสนใจเรื่องอื่น ๆ ถ้ามีตัวอย่างแนวอื่นบ้าง ก็จะเป็นประโยชน์กับรุ่นน้อง ๆ

คุณมารุตเรียนวิชานี้ไปแล้ว พอจะเจองานที่จำเป็นต้องใช้ Numerical Method บ้างหรือเปล่าครับ ถ้ามีตัวอย่างงานจริง จากรุ่นพี่ น้อง ๆ น่าจะสนใจมาก